เกี่ยวกับเรา

สร้างชุมชนที่เข้มแข็งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513

ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2513 สมาคมวาย.เอ็ม.ซี.เอ. เชียงใหม่ มุ่งพัฒนาคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกความเชื่อ ให้สมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ เพื่อเยาวชน ครอบครัว และชุมชนทั่วภาคเหนือของประเทศไทย

วิสัยทัศน์ของเรา

องค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนามนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้นเมื่อคน สังคม และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกัน

พันธกิจของเรา

เราดำเนินพันธกิจผ่านความมุ่งมั่น 4 ประการ

  • 1

    สนับสนุนให้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติและศาสนา ดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสมตามหลักศาสนาของตน เพื่อส่งเสริมสันติภาพ ภราดรภาพ และสังคมที่เป็นธรรม

  • 2

    ฝึกฝนให้แต่ละคนมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวและสังคม และเติบโตทั้งด้านจิตวิญญาณ จิตใจ และร่างกาย ผ่านการศึกษาทางเลือก ทักษะอาชีพ การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และโอกาสในการเป็นอาสาสมัคร

  • 3

    ส่งเสริมให้แต่ละคนเป็นผู้นำที่ดี มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียงและพึ่งพาตนเอง

  • 4

    มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองและธุรกิจเพื่อสังคม

ค่านิยมหลักของเรา

ค่านิยมเหล่านี้นำทางทุกสิ่งที่เราทำที่วายเอ็มซีเอ เชียงใหม่

การพัฒนาเยาวชน

พัฒนาศักยภาพของเด็กและวัยรุ่นทุกคนผ่านการศึกษา การเสริมทักษะ และการพัฒนาบุคลิกภาพ

สุขภาพที่ดี

ส่งเสริมสุขภาพกายและใจสำหรับบุคคลและครอบครัวผ่านโปรแกรมฟิตเนสและสุขภาพ

ความรับผิดชอบต่อสังคม

สร้างชุมชนที่เข้มแข็งผ่านงานอาสาสมัคร การมีส่วนร่วมของพลเมือง และการดูแลสิ่งแวดล้อม

ประวัติของเรา

พ.ศ. 2387

จุดเริ่มต้นระดับโลก

ขบวนการวาย.เอ็ม.ซี.เอ. ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษเมื่อ พ.ศ. 2387 จากแนวคิดของยอร์ช วิลเลียม ที่ชักชวนเพื่อน ๆ ให้ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานแลกเปลี่ยนความรู้และทำกิจกรรมบริการชุมชน แทนการใช้เวลาอย่างไร้สาระตามค่านิยมในสมัยนั้น แนวคิดนี้ได้แพร่ขยายไปทั่วโลกกว่า 100 ประเทศ โดยมีสำนักงานสหพันธ์โลกอยู่ที่กรุงเจนีวา

สมัยรัชกาลที่ 5–7

เข้าสู่ประเทศไทย

แนวคิดวาย.เอ็ม.ซี.เอ. เข้าสู่ประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยอาจารย์บุญต๋วน บุญอิต คนไทยคนแรกที่เป็นสมาชิกวาย.เอ็ม.ซี.เอ. สหรัฐอเมริกา ผู้นำแนวคิดมาเผยแพร่แก่ลูกศิษย์และมิตรสหาย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 ได้ก่อตั้งเป็นสมาคมวาย.เอ็ม.ซี.เอ. กรุงเทพฯ ภายใต้พระราชอุปถัมภ์ของสมเด็จพระราชบิดาฯ กรมหลวงสงขลานครินทร์

พ.ศ. 2513

ก่อตั้งที่เชียงใหม่

วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2513 สมาคมวาย.เอ็ม.ซี.เอ. เชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกความเชื่อ ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ นำโดยผู้ริเริ่มสำคัญ อาทิ นายแพทย์บุญเริ่ม สิงหเนตร พร้อมการสนับสนุนจากสมาคมฯ กรุงเทพ และอาสาสมัครชาวแคนาดา กอร์ดอนและเจน บอล เริ่มจากอาคารพาณิชย์เล็ก ๆ ย่านไนท์บาซาร์ ด้วยการสอนภาษาอังกฤษ ดนตรี และวิชาชีพ

พ.ศ. 2520

พิธีเปิดอันทรงเกียรติ

เมื่อสมาชิกเพิ่มขึ้น สมาคมฯ ได้ย้ายจากถนนเจริญประเทศ พร้อมขยายงานพัฒนาชนบทที่อำเภอสันกำแพง มายังที่ทำการปัจจุบันย่านสันติธรรม บนที่ดินที่ได้รับบริจาคจากนายแพทย์บุญเริ่มและคุณเขื่อนคำ สิงหเนตร อาคาร 4 ชั้นหลังใหม่ได้รับการเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2520 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จแทนพระองค์มาทรงเปิดอาคาร

พ.ศ. 2531

โรงแรมดิ อินเตอร์เนชั่นแนล

สมาคมฯ ได้สร้างโรงแรม ดิ อินเตอร์เนชั่นแนล เชียงใหม่ อาคาร 6 ชั้น จำนวน 88 ห้อง พร้อมห้องประชุมสัมมนาและห้องอาหาร ซึ่งรายได้ช่วยสนับสนุนงานพัฒนาชุมชนของสมาคม ส่วนอาคารหลังเดิมปรับเป็นโรงเรียนสอนภาษาและศูนย์กิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน

ปัจจุบัน

การพัฒนาที่ยั่งยืน

ด้วยเจตนารมณ์ 'การพัฒนาที่ยั่งยืน' ของผู้บุกเบิก และการยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมาคมวาย.เอ็ม.ซี.เอ. เชียงใหม่ ยังคงให้บริการผ่านศูนย์ประสานงาน 5 แห่ง ทั่วเชียงใหม่ เชียงราย และลำพูน

สิ่งที่เราทำ

สมาคมวาย.เอ็ม.ซี.เอ. เชียงใหม่ ให้บริการชุมชนผ่านงาน 6 ด้าน

การศึกษา

สอนภาษาต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติ พร้อมวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาไทย สำหรับนักเรียนประถมศึกษา

ส่งเสริมอาชีพ

ฝึกอบรมทักษะอาชีพเพื่อนำไปใช้ในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ

ที่พักและบริการ

โรงแรม ดิ อินเตอร์เนชั่นแนล เชียงใหม่ และอินเตอร์เนชั่นแนล เฮาส์ เชียงราย ให้บริการห้องพักราคาประหยัด พร้อมห้องอาหารสวัสดีและสะลองคำ

พัฒนาเด็กและเยาวชน

ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนพัฒนาตนเองทั้งร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ ผ่านศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เดย์แคร์ ศิลปะ ว่ายน้ำ และเทควันโด

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

สร้างมิตรภาพกับวาย.เอ็ม.ซี.เอ. พันธมิตรทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ผ่านค่ายผู้นำเยาวชน ค่ายสิ่งแวดล้อม และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

พัฒนาสังคม

เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ร่วมกับมูลนิธิและสโมสรเครือข่ายในภาคเหนือ